Google+ Followers

Translate

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กฎหมายที่ดินที่ควรรู้กับเอกสารสิทธิ์ ภบท 5,สธก นสล และ สปก หมายถึงอะไร?

สิ่งแรกควรรู้ความหมายของเอกสารในที่ดินของรัฐก่อนว่ามีกี่ประเภทเพื่อก่อนที่จะเข้าไปซื้อที่ดินประเภทนี้ควรเข้าใจและต้องยอมรับความเสี่ยงได้เพราะ ที่ดินเหล่านี้จะถูกนำมาขายสิทธิการครอบครองต่อนั้นอาจจะเป็นสาเหตุเพียงเพราะเกษตรกรที่ได้รับสิทธิเหล่านี้บริหารการจัดการที่ผิดพลาดมีหนี้สินที่เกิดจากที่ดินเช่นการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ของธนาคารของรัฐ ที่ดินเหล่านี้ในการทำเกษตรกรรม ที่สะสมมานานเลยต้องการขายสิทธิการเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับมาให้แก่บุคลอื่นสามารถกระทำได้***ผู้ซื้อและผู้ขาย ควรเข้าใจเรื่องกฎหมายที่ดินสปก ด้วยเพราะหากทางสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ทราบว่ามีการซื้อขายสิทธิกัน นั้น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีความผิดกันทั้งคู่ในคดีอาญา โดยการให้เช่าสิทธิหรือการเข้าร่วมทำประโยชน์ร่วมกันแต่กรรมสิทธิยังคงเป็นของรัฐ  ในที่ดินประเภท ภบท 5 หากมีการครอบครองสิทธิมานานแล้ว ควรจะไปแสดงสิทธิเพื่อขอออกเอกสารสิทธิในที่ดินนั้นๆ ให้เรียบร้อยเพราะถ้าไม่ไปขึ้นสิทธิ และหากที่ดินอยู่ในเขตของป่าไม้หรืออุทยานมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกริบมาเป็นของรัฐ เพื่อปลูกป่าต่อไป โดยสามารถไปตรวจสอบสิทธิการตั้งอยู่ของที่ดินได้ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน หรือสำงานกรมป่าไม้ทุกจังหวัดก่อนการตัดสินใจเข้าไปซื้อหรือดูที่ดินจะได้ไม่เสียเวลาเสียเงิน เพราะการเข้าไปครอบครองสิทธิในพื้นดินไม่ใช่กรรมสิทธิในที่ดิน


เอกสารแสดงสิทธิในที่ดินของรัฐ


เอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน
                 ภ.บ.ท.5  แบบเสียภาษีบำรุงท้องที่  เป็นหลักฐานการเสียภาษีที่ดิน ไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิในที่ดินแต่อย่างใด  ออกโดยที่ว่าการอำเภอและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ตามมาตรา 6 กระทรวงมหาดไทยเท่านั้นสำหรับทุกประเภทที่ดินที่อยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบล ไม่ใช่เอสารสิทธิซึ่งจะออกให้กับเอกสารสิทธิในที่ดินประเภท สปก 4-01 นส 3 ก โฉนดที่ดิน และ ภบท 5 ที่ต้องเสียภาษี เช่น ที่ดินส่วนทรัพย์พระมหากษัตริย์ ที่ดิน ราชพัสดุ ที่ดินของสหกรณ์ การเกษตร ปตุสัตว์ หรือ พื้นที่ชั่วคราวของกรมป่าไม้เป็นต้น
                ส.ท.ก.  เอกสารแสดงสิทธิทำกิน เป็นเอกสารสิทธิที่ออกโดยกรมป่าไม้ ที่ออกให้เอกชนเพื่ออนุญาตให้อาศัยและเข้าทำประโยชน์เป็นการชั่วคราวในเขตป่าไม้ ซึ่งหากที่ดินแปลงดังกล่าวไม่ได้อยู่ใน โชน ซี (เขตป่าไม้) เป็นเขตเสื่อมโทรม โซน อี อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ก็ควรไปขึ้นสิทธิที่สปก จังหวัดนั้นๆ
                น.ส.ล.  หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เป็นหนังสือแสดงสิทธิในการขอใช้ประโยชน์หรือร่วมกันใช้ที่ดินในเขตราชพัสดุหรือเขตสาธารณประโยชน์  ออกโดยกรมที่ดิน  เป็น เอกสารสิทธิแสดงแนวเขตที่ดินของรัฐ โดยอาจจะออกเป็นแปลงใหญ่รวมกันและระบุชื่อหน่วยงานที่ใช้ประโยชน์ไว้ได้
                ส.ป.ก.๔-๐๑ หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นหนังสือแสดงสิทธิในถือครองที่ดินและเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมออกโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  ซึ่งผู้มีชื่อในเอกสาร ส.ป.ก.๔-๐๑ เป็นผู้มีสิทธิถือครองที่ดินและเข้าทำประโยชน์ในทีดินของรัฐในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในแปลงดังกล่าวนั้น การเสียภาษีที่องค์การบริหารส่วนตำบลจะได้รับใบ ภบท 5 แนบมาด้วยพร้อมใบเสร็จสีชมพู  ควรเข้าใจเพราะมีการอ้างสิทธิแอบขายที่ดินสปก โดยใช้เฉพาะใบภบท 5 มาเพียงอย่างเดียว
                ก.ส.น.๕ หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในเขตนิคมสหกรณ์ เป็นหนังสือแสดงสิทธิในถือครองที่ดินและเข้าทำประโยชน์ในเขตนิคมสหกรณ์ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ ตามพ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.๒๕๑๑ เสียภาษีที่ดินในรูปแบบ ภบท 5 แต่หากมีการยกเลิกการจัดเก็บไปก็ไม่ต้องกังวลเพราะที่ดินไม่ได้อยู่ในเขตของป่าไม้ เเป็นเขตสหกรณ์ บริหารจักดการโดยสหกรณ์ เพียงแต่การซื้อขายไม่เป็นที่รับรอง
                น.ค. ๓ หนังสือแสดงการเข้าทำประโยชน์ในเขตนิคมสร้างตนเองเป็นหนังสือแสดงสิทธิในถือครองที่ดินและเข้าทำประโยชน์ในเขตนิคมสร้างตนเองซี่งเป็นที่ดินของรัฐ  ตามพ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.๒๕๑๑  ออกโดยกรมประชาสงเคราะห์
                หนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นการชั่วคราว ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นหนังสือแสดงสิทธิการอาศัยและเข้าทำประโยชน์ชั่วคราวในที่สาธารณประโยชน์ อนุญาตให้อาศัยและเข้าทำประโยชน์ได้คราวละ ๕ ปี โดย  ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนส่งเรื่องให้ สำนักงานที่ดิน


ตัวอย่าง คำพิพากษาที่แสดงถึงความแตกต่างของทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดากับสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

ทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดากับสาธารณสมบัติของแผ่นดิน


คำพิพากษาที่แสดงถึงความแตกต่างของทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดากับสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

                เมื่อกล่าวถึงที่ดินของรัฐ  ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าหมายถึงสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพียงอย่างเดียว  โดยไม่ได้คำนึงถึงที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดาหรือที่ดินที่รัฐถือครองอย่างเจ้าของกรรมสิทธิ์  ดังนั้น  เพื่อให้เห็นความชัดเจนของประเภทที่ดินของรัฐ  จึงได้ศึกษาคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าที่ดินของรัฐประเภททรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดามีลักษณะที่แตกต่างจากที่ดินที่ของรัฐที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน  เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในการนำหลักกฎหมายมาใช้ในที่ดินของรัฐแต่ละประเภทต่อไป ดังนี้
-------------------------------------------------------------
1. ที่ดินของรัฐเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์จริงหรือไม่
--------------------------------------------------------------
                คำพิพากษาฎีกาที่ 1159/2511
                ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 วรรคแรกนั้น มีความหมายว่า บรรดาที่หลวงทั้งหลายซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ก็ดี หรือที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินตามธรรมดาไม่ไช่ทรัพย์นอกพาณิชย์ และไม่ใช่ทรัพย์ที่จะถือเอาหรือโอนกันไม่ได้เหล่าหนี้ก็ดี ถ้าไม่มีกฎหมายพิเศษได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นแล้ว ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกัน เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้...
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2424/2542
ทรัพย์สินของแผ่นดินมี 2 ประเภท คือ  ทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดาซึ่งเป็นของรัฐ กับสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งมีลักษณะสำคัญอยู่ที่ว่าใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ฉะนั้น ทรัพย์สินของแผ่นดินที่จะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่นั้น จึงขึ้นอยู่กับสภาพของทรัพย์สินนั้นเองว่าได้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่…
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2545
ทรัพย์ของแผ่นดินจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพของตัวทรัพย์นั้นว่าราษฎรได้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ….
บทวิเคราะห์คำพิพากษาฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่กล่าวมาข้างต้น  แสดงให้เห็นว่า ที่ดินของรัฐมี 2 ประเภท  ดังนี้
(1) ที่ดินของรัฐที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดา หรือที่ดินที่รัฐถือครองอย่างเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งมิใช่ทรัพย์
       นอกพาณิชย์
(2)  ที่ดินของรัฐที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือที่ดินของรัฐที่ใช้หรือสงวนไว้ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน
       หรือเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์
ที่ดินของรัฐ จะเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์หรือไม่ คงต้องพิจารณาจากลักษณะสภาพของที่ดินว่ารัฐถือครองที่ดินในลักษณะใด หากที่ดินของรัฐถูกใช้หรือสงวนไว้อย่างสาธารณสมบัติของแผ่นดินก็จะกลายเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์  หากที่ดินที่รัฐถือครองไว้อย่างเจ้าครองกรรมสิทธิ์ที่สามารถจำหน่าย  จ่าย โอนการครอบครองได้  ก็จะมิใช่ทรัพย์นอกพาณิชย์
------------------------------------------------------------------------------------------------
2. ที่ราชพัสดุเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดาหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดิน?
-------------------------------------------------------------------------------------------------
                คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824 - 825/2511
                ที่ราชพัสดุได้เคยใช้เป็นที่ปลูกสร้างโรงงานฆ่าสัตว์แต่เลิกไป ปัจจุบันใช้เป็นที่ปลูกบ้านพักนายอำเภอและโรงเก็บ
รถดับเพลิง เป็น ทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยใช้เป็นที่ปลูกสร้างสำนักราชการบ้านเมืองอัน
ราชการใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา1304(3) จะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะ หรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 1305 เท่านั้น
และจะยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินมิได้ตามมาตรา 1306
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2424/2542
เมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาปรากฏว่า ที่ดินพิพาทซึ่งบริษัท ช. ยกให้โจทก์ได้ใช้เป็นที่ตั้งโรงเรียนป. และเนื่องจากโจทก์เป็นหน่วยงานของรัฐ ทรัพย์สินของโจทก์ จึงเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ประเภทสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 จำเลยจึงไม่อาจยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7742/2548
แม้ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงระบุว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะก็ตาม แต่เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 มาตรา 4 และ 5 ที่ดินพิพาทจึงเป็นเพียงทรัพย์สินของแผ่นดิน มิใช่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) (3) ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ เมื่อจำเลยไม่ยอมออกจากที่ดินพิพาท การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 362
หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงระบุว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ แต่เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 มาตรา 4 และ 5 จึงเป็นเพียงทรัพย์สินของแผ่นดิน มิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) (3) ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ 
ดังนั้น เมื่อเทศบาลตำบลน้ำพองซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินพิพาท มีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกจากที่ดิน จำเลยได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วไม่ยอมออกจากที่ดินพิพาท การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของเทศบาลน้ำพองโดยปกติสุข เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 362           
บทวิเคราะห์คำพิพากษาฎีกา
                คำพิพากษาฎีกาที่ 824 - 825/2511 ได้เกิดขึ้นก่อนมีการบังคับใช้ พ... ที่ราชพัสดุ .. 2518 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มี
กฎหมายว่าด้วยการปกครองดูแลรักษาที่ราชพัสดุให้เป็นไปโดยมีระเบียบและหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ทำให้เกิดปัญหายุ่งยาก
ในทางปฏิบัติ  เนื่องจากสาธารณสมบัติของแผ่นดินย่อมถือเป็นที่ราชพัสดุด้วยเช่นกัน
                ผลการบังคับใช้ ... ที่ราชพัสดุ .. 2518 มาตรา 4[1]  ทำให้ที่ดินของรัฐสำหรับพลเมืองใช้หรือสงวนไว้เพื่อ
ประโยชน์ของพลเมืองใช้ร่วมกัน  ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามมาตรา 1304(1) และ(2) ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ  แต่
สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ตามมาตรา 1304  (3) ยังคงถือว่าเป็นที่ราชพัสดุ 
ดังนั้น  ที่ราชพัสดุที่กระทรวงการคลังมีกรรมสิทธิ์ มีทั้งที่ดินของรัฐที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดาที่เป็นทรัพย์ใน
พาณิชย์กับสาธารสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะซึ่งเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ เช่นกัน  ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับสภาพของที่ราชพัสดุนั้น
                อย่างไรก็ตาม  ที่ดินของรัฐที่เป็นทรัพย์ของแผ่นดินในทุกประเภทตกอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 1307 กล่าวคือ ท่านห้ามมิให้ยึดทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่ว่าทรัพย์สินนั้น จะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่





[1] มาตรา 4  ที่ราชพัสดุ หมายความว่า อสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิด เว้นแต่ สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ดังต่อไปนี้
(1) ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งหรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นตามกฎหมายที่ดิน
(2) อสังหาริมทรัพย์สำหรับพลเมืองใช้หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ของพลเมืองใช้ร่วมกันเป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ
          ส่วนอสังหาริมทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคลและขององค์การปกครองท้องถิ่นไม่ถือว่าเป็นที่ราชพัสดุ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น